
ผลงานเว็บไซต์บริษัท Personal Brand โค้ชชิ่งและพัฒนาตนเอง
บริษัท แอพพลายเดอะโนวเลจ จำกัด
ลิงก์เว็บไซต์: https://applytheknowledge.net
ผลงานเว็บไซต์บริษัท Personal Brand สำหรับโค้ชชิ่งและการพัฒนาตนเอง
รับทำเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์แบรนด์บุคคล เว็บไซต์โค้ชชิ่ง และเว็บไซต์คอร์สพัฒนาตนเอง ออกแบบเพื่อถ่ายทอดตัวตน ความเชี่ยวชาญ เรื่องราวของแบรนด์ โปรแกรมการเรียนรู้ พร้อมระบบสมาชิก ระบบลงทะเบียน ระบบจองคิว และระบบอีเมล Automation ที่ช่วยให้ธุรกิจดูแลลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
ผลงานเว็บไซต์บริษัท Apply The Knowledge
Pui Digital Marketing ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท แอพพลายเดอะโนวเลจ จำกัด ในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์สำหรับแบรนด์ Apply The Knowledge ซึ่งเป็นแบรนด์ด้านโค้ชชิ่ง การพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยมี คุณหมู๋ เป็นบุคคลสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์ และองค์ความรู้ของแบรนด์
เว็บไซต์นี้เป็นตัวอย่างของ เว็บไซต์บริษัทที่ใช้กลยุทธ์ Personal Brand คือ ไม่ใช่เพียงเว็บไซต์ส่วนตัวทั่วไป แต่เป็นเว็บไซต์ของบริษัทที่ใช้ตัวตน ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญหลัก มาเป็นแกนกลางในการสื่อสารแบรนด์
สำหรับธุรกิจประเภทโค้ชชิ่ง คอร์สพัฒนาตนเอง และโปรแกรมเปลี่ยนแปลงชีวิต ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผู้ที่สนใจมักไม่ได้ตัดสินใจจากข้อมูลบริการเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาจากตัวตนของโค้ช แนวคิด ประสบการณ์ วิธีการถ่ายทอด ความเป็นมืออาชีพของบริษัท และความรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์
ดังนั้น โจทย์สำคัญของเว็บไซต์ Apply The Knowledge จึงไม่ใช่แค่การทำเว็บไซต์ให้สวย แต่ต้องออกแบบให้เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของแบรนด์บริษัท นำเสนอเรื่องราวของคุณหมู๋ ถ่ายทอดคุณค่าของโปรแกรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Challenge คอร์ส หรือโปรแกรมโค้ชชิ่งในอนาคต
แนวคิดในการออกแบบเว็บไซต์
เว็บไซต์ Apply The Knowledge ถูกออกแบบให้สื่อสารทั้ง 2 มิติพร้อมกัน คือ
1. ภาพลักษณ์ของบริษัท
เพื่อให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ มีความเป็นมืออาชีพ และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว
2. ตัวตนของแบรนด์บุคคล
เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้จักคุณหมู๋ เข้าใจแนวคิดของแบรนด์ และรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังโปรแกรม
เว็บไซต์ประเภทนี้จึงต้องมีมากกว่าหน้าแนะนำบริษัทหรือหน้าแนะนำบริการ แต่ต้องมีโครงสร้างที่ช่วยพาผู้เข้าชมไปตามเส้นทางการตัดสินใจ ตั้งแต่รู้จักแบรนด์ เข้าใจปัญหาของตัวเอง เห็นคุณค่าของโปรแกรม สมัครเข้าร่วมกิจกรรม นัดพูดคุย และได้รับการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Automation
จุดเด่นของเว็บไซต์ Apply The Knowledge
เว็บไซต์ Apply The Knowledge ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงเว็บไซต์นำเสนอข้อมูลบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบออนไลน์ที่รองรับการทำงานจริงของธุรกิจ ตั้งแต่การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรม Challenge การจัดการข้อมูลลูกค้า การส่งอีเมลแจ้งเตือน การจองคิวนัดหมาย และการจัดการข้อมูลคอร์สผ่านระบบหลังบ้าน WordPress
จุดเด่นสำคัญของเว็บไซต์นี้คือการรวม เว็บไซต์บริษัท + Personal Brand + ระบบสมาชิก + CRM Email Automation + ระบบจองคิวออนไลน์ + Google Calendar ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
1. เว็บไซต์บริษัทที่ใช้กลยุทธ์ Personal Brand
เว็บไซต์ถูกออกแบบให้แสดงภาพลักษณ์ของบริษัท แอพพลายเดอะโนวเลจ จำกัด ควบคู่กับตัวตนของคุณหมู๋ ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิดและองค์ความรู้หลักของแบรนด์
การใช้กลยุทธ์ Personal Brand ช่วยให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือมากกว่าเว็บไซต์ทั่วไป เพราะผู้เข้าชมไม่ได้เห็นเพียงชื่อบริษัท แต่ได้เข้าใจตัวตน แนวคิด และความเชี่ยวชาญของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจโค้ชชิ่ง วิทยากร ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของคอร์สออนไลน์ หรือบริษัทที่ต้องการใช้ตัวตนของผู้ก่อตั้งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
2. ระบบสมัครสมาชิกสำหรับกิจกรรม Challenge
เว็บไซต์มีระบบสมัครสมาชิกเพื่อรองรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม Challenge ของแบรนด์ ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ และข้อมูลจะถูกจัดเก็บเข้าสู่ระบบหลังบ้านอย่างเป็นระบบ
ระบบนี้ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร จัดการข้อมูลผู้เข้าร่วมกิจกรรม และติดตามสถานะของสมาชิกได้สะดวกมากขึ้น
จากเดิมที่การเก็บข้อมูลอาจต้องทำผ่านแชทหรือแบบฟอร์มหลายช่องทาง เว็บไซต์จึงเข้ามาช่วยรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว ทำให้การบริหารจัดการผู้สมัครเป็นระบบมากขึ้น ลดความสับสน และช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างฐานสมาชิกของตัวเองได้ในระยะยาว
3. ระบบ CRM และ Email Automation มากกว่า 40 รายการ
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของเว็บไซต์คือการวางระบบ CRM ผ่านอีเมล Automation เพื่อใช้สื่อสารและติดตามผู้สมัครอย่างเป็นขั้นตอน โดยมีรายการอีเมลแจ้งเตือนมากกว่า 40 รายการ สำหรับส่งถึงลูกค้าหรือผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม
ระบบอีเมล Automation ช่วยลดงานซ้ำ ๆ ที่ต้องทำด้วยมือ เช่น
- การส่งอีเมลยืนยันการสมัคร
- การแจ้งเตือนกิจกรรม
- การแจ้งรายละเอียดสำคัญก่อนเข้าร่วม Challenge
- การติดตามผู้เข้าร่วมตามลำดับขั้นตอน
- การส่งข้อความดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- การแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ระบบนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้สมัครได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น แม้มีผู้สมัครจำนวนมาก ก็ยังสามารถดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องส่งอีเมลด้วยตนเองทุกครั้ง
สำหรับธุรกิจโค้ชชิ่งและคอร์สออนไลน์ ระบบ CRM และ Email Automation มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลครบถ้วน ลดโอกาสพลาดกิจกรรม และทำให้แบรนด์ดูเป็นระบบมากขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการสมัคร
4. ระบบจองคิวนัดหมายเพื่อพูดคุยกับ Coach
เว็บไซต์มีระบบจองคิวนัดหมายออนไลน์ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเลือกวันและเวลาสำหรับนัดพูดคุยกับ Coach ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บไซต์
ระบบนี้ช่วยลดขั้นตอนการสอบถามไปมา เช่น ลูกค้าต้องทักแชทเพื่อถามวันว่าง รอทีมงานตอบกลับ หรือเปรียบเทียบเวลาหลายรอบก่อนนัดหมาย เมื่อนำระบบจองคิวเข้ามาใช้งาน ผู้สนใจสามารถดูวันเวลาที่เปิดให้จอง เลือกเวลาที่สะดวก และส่งข้อมูลนัดหมายผ่านเว็บไซต์ได้ทันที
สำหรับธุรกิจโค้ชชิ่ง ระบบจองคิวถือเป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะผู้สนใจจำนวนมากต้องการพูดคุย ทำความเข้าใจ หรือรับคำแนะนำเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรม การมีระบบนัดหมายที่ชัดเจนจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้าจริง
5. เชื่อมต่อ Google Calendar และดึงวันว่างอัตโนมัติ
ระบบจองคิวของเว็บไซต์ถูกเชื่อมต่อกับ Google Calendar ของ Coach โดยอัตโนมัติ ทำให้เว็บไซต์สามารถดึงวันและเวลาว่างมาแสดงให้ผู้ใช้งานเลือกได้
เมื่อมีผู้จองคิวผ่านเว็บไซต์ ระบบจะช่วยจัดการข้อมูลนัดหมายและเชื่อมต่อกับปฏิทินโดยอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากการจองซ้ำ ลดงานจัดการตารางด้วยมือ และช่วยให้กระบวนการนัดพูดคุยเป็นระบบมากขึ้น
จุดนี้ทำให้เว็บไซต์ Apply The Knowledge มีความเป็นระบบธุรกิจมากกว่าเว็บไซต์นำเสนอข้อมูลทั่วไป เพราะเว็บไซต์สามารถเชื่อมต่อกับกระบวนการทำงานจริงของแบรนด์ได้โดยตรง
6. พัฒนาด้วย WordPress เจ้าของเว็บไซต์จัดการหลังบ้านได้เอง
เว็บไซต์ Apply The Knowledge พัฒนาด้วยระบบ WordPress ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถเข้าใช้งานหลังบ้านเพื่อแก้ไขเนื้อหา จัดการข้อมูลลูกค้า ตรวจสอบการลงทะเบียน และบริหารจัดการข้อมูลคอร์สได้ด้วยตนเอง
เจ้าของเว็บไซต์สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ เช่น
- แก้ไขข้อความและรูปภาพบนเว็บไซต์
- เพิ่มบทความใหม่
- จัดการข้อมูลผู้สมัคร
- ตรวจสอบข้อมูลสมาชิก
- จัดการการลงทะเบียนกิจกรรมหรือคอร์ส
- ดูแลข้อมูลลูกค้าในระบบ
- ปรับปรุงเนื้อหาหน้าโปรแกรมหรือหน้าแคมเปญ
ข้อดีของการใช้ WordPress คือเจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้พัฒนาเว็บไซต์ทุกครั้งที่ต้องการปรับข้อมูล สามารถดูแลเว็บไซต์ได้เองในระยะยาว และต่อยอดระบบเพิ่มเติมได้ตามการเติบโตของธุรกิจ
7. ระบบหลังบ้านสำหรับจัดการข้อมูลลูกค้าและการลงทะเบียนคอร์ส
เว็บไซต์ถูกออกแบบให้รองรับการจัดการข้อมูลลูกค้าและการลงทะเบียนคอร์สผ่านระบบหลังบ้าน ทำให้ทีมงานหรือเจ้าของแบรนด์สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สนใจและผู้สมัครได้อย่างเป็นระบบ
ระบบนี้ช่วยให้การทำงานภายในแบรนด์สะดวกขึ้น เพราะข้อมูลสำคัญไม่ได้กระจัดกระจายอยู่ตามแชทหรือไฟล์หลายชุด แต่ถูกรวมไว้ในระบบที่สามารถตรวจสอบและจัดการได้ง่าย
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตจากการขายคอร์สหรือโปรแกรมโค้ชชิ่ง เพราะเมื่อมีผู้สมัครมากขึ้น ระบบหลังบ้านจะช่วยลดภาระงานซ้ำ ลดความผิดพลาด และช่วยให้การดูแลลูกค้าเป็นมืออาชีพมากขึ้น
8. รองรับบทความและการทำ SEO ในระยะยาว
เว็บไซต์มีโครงสร้างที่สามารถรองรับบทความหรือ Blog เพื่อใช้เผยแพร่เนื้อหาด้านการพัฒนาตนเอง Mindset การตั้งเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงชีวิต และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมของแบรนด์
บทความเหล่านี้สามารถช่วยให้เว็บไซต์มีโอกาสติดอันดับบน Google และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาความรู้หรือแนวทางในการพัฒนาตัวเอง
สำหรับธุรกิจโค้ชชิ่งและคอร์สพัฒนาตนเอง การทำ SEO ผ่านบทความถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพราะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเนื้อหา และดึงผู้สนใจใหม่เข้าสู่เว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง
ระบบการใช้งานภายในเว็บไซต์
เว็บไซต์ Apply The Knowledge ประกอบด้วยระบบสำคัญหลายส่วนที่ช่วยให้เว็บไซต์สามารถใช้งานได้จริงในเชิงธุรกิจ ได้แก่
ระบบเว็บไซต์บริษัทแบบ Personal Brand
นำเสนอภาพลักษณ์ของบริษัทควบคู่กับตัวตนของคุณหมู๋ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย
| ระบบการใช้งาน | รายละเอียด |
|---|---|
| ระบบสมัครสมาชิก Challenge | รองรับการสมัครสมาชิกและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม Challenge ผ่านเว็บไซต์ |
| ระบบ CRM Email Automation | ส่งอีเมลแจ้งเตือนและติดตามผู้สมัครมากกว่า 40 รายการแบบอัตโนมัติ |
| ระบบจองคิวนัดหมายกับ Coach | ให้ผู้สนใจเลือกวันและเวลานัดพูดคุยกับ Coach ผ่านเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง |
| ระบบเชื่อมต่อ Google Calendar | ดึงวันว่างจากปฏิทินของ Coach มาแสดงให้ผู้ใช้เลือก และช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติ |
| ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า | ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถตรวจสอบและจัดการข้อมูลผู้สมัครหรือสมาชิกผ่านระบบหลังบ้าน |
| ระบบจัดการการลงทะเบียนคอร์ส | รองรับการจัดการข้อมูลผู้ลงทะเบียนคอร์สหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของแบรนด์ |
| ระบบบทความ / Blog | รองรับการเผยแพร่บทความด้านการพัฒนาตนเองและเนื้อหาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ |
| ระบบหลังบ้าน WordPress | เจ้าของเว็บไซต์สามารถแก้ไขเนื้อหา จัดการข้อมูล และดูแลเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง |
| Responsive Design | รองรับการแสดงผลบนมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และเดสก์ท็อป เพื่อให้ผู้เข้าชมใช้งานได้สะดวกทุกอุปกรณ์ |
ทำไมเว็บไซต์แบบนี้จึงสำคัญกับธุรกิจโค้ชชิ่งและคอร์สพัฒนาตนเอง
ธุรกิจโค้ชชิ่งและคอร์สพัฒนาตนเองเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความเชื่อมั่นสูง ผู้สนใจมักต้องใช้เวลาอ่าน ทำความเข้าใจ และพิจารณาก่อนตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโปรแกรม โดยเฉพาะโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายชีวิต ความมั่นใจ การเปลี่ยนวิธีคิด หรือการพัฒนาตัวเองในระยะยาว
การมีเพียง Social Media อาจทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย ผู้สนใจต้องเลื่อนหาข้อมูลย้อนหลังเอง และอาจไม่เห็นภาพรวมของแบรนด์อย่างครบถ้วน เว็บไซต์จึงเข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูลทั้งหมด
เว็บไซต์ที่ดีจะช่วยรวบรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูลบริษัท ตัวตนของผู้เชี่ยวชาญ โปรแกรม กิจกรรม Challenge บทความ ช่องทางติดต่อ ระบบนัดหมาย และระบบติดตามลูกค้า ทำให้แบรนด์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น และช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจคุณค่าของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น
เว็บไซต์ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ช่วยทำงานแทนธุรกิจ
จุดสำคัญของเว็บไซต์ Apply The Knowledge คือเว็บไซต์ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงหน้าสวยงามสำหรับประชาสัมพันธ์แบรนด์ แต่ถูกพัฒนาให้เป็นระบบที่ช่วยทำงานจริงให้กับธุรกิจ
เว็บไซต์สามารถช่วยรับสมัครสมาชิก จัดเก็บข้อมูลผู้สนใจ ส่งอีเมลแจ้งเตือนอัตโนมัติ เปิดให้จองคิวพูดคุยกับ Coach เชื่อมต่อกับ Google Calendar และให้เจ้าของแบรนด์จัดการข้อมูลต่าง ๆ ผ่านระบบหลังบ้าน WordPress ได้เอง
สิ่งนี้ทำให้เว็บไซต์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารการตลาด การดูแลลูกค้า และการจัดการข้อมูลภายในแบรนด์ ไม่ใช่เพียงช่องทางแนะนำบริษัทเท่านั้น
การแสดงผลรองรับทุกอุปกรณ์
เว็บไซต์ Apply The Knowledge ถูกออกแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้ใช้งานยุคปัจจุบันที่มักเปิดอ่านเนื้อหาผ่านมือถือเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนใจด้านการพัฒนาตนเองที่มักใช้เวลาอ่าน ทำความเข้าใจ และตัดสินใจจากความรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์
การแสดงผลบนสมาร์ทโฟน
เนื้อหาถูกจัดเรียงให้อ่านง่าย ปุ่มสมัครหรือปุ่มนัดพูดคุยเห็นชัด ใช้งานสะดวก และเหมาะกับผู้ที่เข้าชมจาก Social Media หรือ Google

การแสดงผลบนแท็บเล็ต
รองรับการอ่านเนื้อหาและรายละเอียดโปรแกรมแบบสบายตา เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการศึกษาแนวคิดของแบรนด์อย่างละเอียด

การแสดงผลบนโน้ตบุ๊ก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านรายละเอียดโปรแกรม ตรวจสอบข้อมูลกิจกรรม หรือเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจติดต่อ

การแสดงผลบนเดสก์ท็อป
ช่วยนำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เต็มพื้นที่ เหมาะกับการแสดงเรื่องราว วิสัยทัศน์ โปรแกรม ระบบ และบทความในรูปแบบที่ดูพรีเมียมและน่าเชื่อถือ

เว็บไซต์บริษัทที่ใช้ Personal Brand แตกต่างจากเว็บไซต์ส่วนตัวอย่างไร
หลายคนอาจเข้าใจว่าเว็บไซต์ Personal Brand คือเว็บไซต์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง บริษัทจำนวนมากสามารถใช้กลยุทธ์ Personal Brand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ลูกค้าตัดสินใจจากความเชี่ยวชาญของบุคคล เช่น โค้ช วิทยากร ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือเจ้าของคอร์สออนไลน์
เว็บไซต์ Apply The Knowledge จึงเป็นตัวอย่างของเว็บไซต์บริษัทที่ใช้ตัวตนของผู้เชี่ยวชาญเป็นหัวใจในการสื่อสารแบรนด์ โดยยังคงภาพลักษณ์ของบริษัทไว้อย่างชัดเจน ทำให้เว็บไซต์มีทั้งความน่าเชื่อถือในระดับองค์กร และความอบอุ่นเข้าถึงง่ายในแบบแบรนด์บุคคล
จุดเด่นของเว็บไซต์ลักษณะนี้คือสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้เข้าชมได้ดีกว่าเว็บไซต์บริษัททั่วไป เพราะผู้เข้าชมไม่ได้เห็นแค่ชื่อบริษัท แต่ได้รู้จักคนที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดของแบรนด์ ได้เห็นมุมมอง ประสบการณ์ และเหตุผลที่แบรนด์นี้ถูกสร้างขึ้น
สรุปผลงานเว็บไซต์ Apply The Knowledge
เว็บไซต์ Apply The Knowledge เป็นผลงานเว็บไซต์บริษัทที่ใช้กลยุทธ์ Personal Brand เพื่อถ่ายทอดตัวตนของคุณหมู๋ และยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัท แอพพลายเดอะโนวเลจ จำกัด ให้ดูน่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ และพร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในระยะยาว
เว็บไซต์ถูกออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจโค้ชชิ่ง การพัฒนาตนเอง กิจกรรม Challenge และโปรแกรมเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยให้ความสำคัญกับทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์ ระบบการใช้งานจริง การจัดการข้อมูลลูกค้า และการดูแลผู้สมัครอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Automation
จุดเด่นของเว็บไซต์นี้คือการรวมระบบสำคัญไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบสมัครสมาชิก ระบบ CRM Email Automation มากกว่า 40 รายการ ระบบจองคิวนัดหมาย ระบบเชื่อมต่อ Google Calendar ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า ระบบจัดการการลงทะเบียนคอร์ส และระบบหลังบ้าน WordPress ที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถดูแลได้เอง
สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและตัวตนของผู้ก่อตั้งหรือผู้เชี่ยวชาญหลักในการสร้างความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ประเภทนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำงานเป็นระบบมากขึ้น และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าของธุรกิจได้ชัดเจนกว่าการใช้ Social Media เพียงอย่างเดียว
ให้ Pui Digital Marketing ดูแลเว็บไซต์บริษัทและแบรนด์บุคคลของคุณ
สำหรับบริษัทที่ต้องการสร้างแบรนด์บุคคล โค้ช วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของคอร์สออนไลน์ หรือธุรกิจที่ต้องการใช้ตัวตนของผู้ก่อตั้งในการสร้างความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และทำให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าของคุณได้ชัดเจนขึ้น
Pui Digital Marketing ให้บริการออกแบบเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์แบรนด์บุคคล เว็บไซต์โค้ชชิ่ง เว็บไซต์คอร์สออนไลน์ และเว็บไซต์พัฒนาตนเอง โดยเน้นทั้งภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ การใช้งานจริง โครงสร้าง SEO ระบบสมาชิก ระบบจองคิว ระบบ Automation และเส้นทางการติดต่อที่ช่วยให้เว็บไซต์ไม่ใช่แค่สวย แต่สามารถสนับสนุนการตลาดและการเติบโตของแบรนด์ได้จริง
ปรึกษาเรื่องทำเว็บไซต์บริษัท Personal Brand กับเรา
Pui Digital Marketing | รับทำการตลาดออนไลน์ มืออาชีพ
บริการรับทำเว็บไซต์ SEO โฆษณา Google Ads Facebook Ads Content และระบบหลังบ้านธุรกิจ
Line ID: @puidigitalmkt
คลิกแอดไลน์: https://line.me/R/ti/p/@puidigitalmkt
โทรศัพท์: 099-620-3308
เว็บไซต์: https://www.puidigitalmarketing.com


